การทำศัลยกรรม ( Rhinoplasty )
การทำ ศัลยกรรมจมูก เป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของจมูกเพื่อให้รับกับใบหน้า เป็นศัลยกรรมที่ยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย มีความปลอดภัยสูง ถ้ามีปัญหาก็สามารถปรับแต่งแก้ไขได้โดยง่าย จึงมีแพทย์จำนวนมากหันมาทำศัลยกรรมจมูกจำนวนมาก ดังนั้นก่อนทำศัลยกรรมจมูก ท่านต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีดังนี้
ชนิดของการทำศัลยกรรมจมูก
- ศัลยกรรมจมูกด้วย Silicone เป็นการศัลยกรรมจมูกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เหตุผลคือ เป็นการผ่าตัดเล็ก ง่ายต่อการดูแลและแก้ไขในรายที่มีปัญหา สามารถปรับแต่งทรงได้ค่อนข้างมาก ขึ้นกับข้อจำกัดทางโครงสร้างใบหน้าและจมูกของคนไข้ซึ่ง Silicone ที่ใช้กันมีหลาย grade ราคาแตกต่างกันมากอย่างน้อย 5-6 เท่า silicone ที่ปลอดภัยในมนุษย์ ต้องเป็นSilicone ระดับ Implant grade ซึ่งสามารถปลูกถ่ายอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิต โดยปราศจากปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย และผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาจากประเทศผู้ผลิตและประเทศที่นำไปใช้
ชนิดของ Silicone มีดังนี้
- Durometer-10 (D10) : Extra soft Silicone จะนิ่มมาก เป็นธรรมชาติ
- Durometer-20 (D20) : Soft Silicone นิ่มประมาณกระดูกอ่อน
- Durometer-40 (D40) : Regular แข็งประมาณ กระดูกสันจมูก
- Durometer-50(D50) : Extra hard แข็งมาก จะใช้ในบางกรณี
- Durometer-10/50 : มีความแข็ง 2 แบบใน 1 ชิ้น ของ Silicone คือ สันจมูกจะแข็ง = D50 ส่วนปลายจมูกจะนิ่มดี=D10 ทำให้เป็น Silicone ที่เลียนแบบได้เหมือนธรรมชาติทั้งรูปร่าง และ การสัมผัส
***หมายเหตุ : การเลือกชนิดของ Silicone อยู่ในดุลพินิจของศัลยแพทย์ตกแต่งและการตัดสินใจร่วมกับคนไข้ ดังนั้นควรเข้ามาพบแพทย์ก่อนเพื่อตัดสินใจเลือกชนิดของ Silicone ส่วนการเสริมจมูกบางแห่งนั้นมีการใช้ วัสดุที่เรียกว่า Goretex® ข้อดีที่เหมือน Silicone คือเป็น Implant grade,เข้าได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ ข้อแตกต่างคือ เป็นวัสดุที่มีความพรุน ดังนั้น เมื่อปลูกถ่ายในร่างกายแล้วจะยึดติดแน่นอยู่กับที่ แต่ถ้าติดอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้การแก้ไขค่อนข้างลำบาก แก้ไขยากในรายที่มีปัญหาขนาด และค่อนข้างมากราคาแพงกว่า Silicone 2-3 เท่า
- ศัลยกรรมเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนจากใบหู มักจะใช้เทคนิคนี้ในกรณี
- ถ้าทำร่วมกับการเสริมซิลิโคนเฉพาะสันจมูก แล้วเติมกระดูกอ่อนเฉพาะตรงปลายจมูก
- ในรายที่ปลายจมูกบางลงจากการเสริม Silicone จึงต้องนำกระดูกอ่อนใบหูมาแก้ไขผลที่ได้ค่อนข้างดี แต่ต้องระวังเรื่องพังผืดค่อนข้างมาก หรือเกิดการบิดผิดรูปของกระดูกอ่อน (Wrapping) อาจทำให้จมูกบิดเบี้ยวภายหลังได้
- ศัลยกรรมจมูกด้วยกระดูกอ่อนจากซี่โครง
ทาง DRK Clinic จะทำให้ในรายที่จมูกผิดรูปจากความผิดปกติแต่กำเนิด อุบัติเหตุ หรือ จากโรคติดเชื้อบางชนิด เป็นการผ่าตัดที่ต้องผ่าในโรงพยาบาล ผลที่ได้ค่อนข้างดี แต่ความแข็งจะประมาณซิลิโคน D 40 ทางคลินิกจะไม่ใช้เทคนิคเพื่อการเสริมสวยครับ
- ศัลยกรรมจมูกโดยใช้ Filler
- Filler ที่ดีมี 2 ชนิด คือ
- ไขมันคนไข้เอง : ไขมันเป็น Filler ที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด สามารถนำมาจากส่วนอื่นของร่างกายเพื่อการปลูกถ่ายเสริมจมูกชนิดของไขมันมีดังนี้
1. Fat cell graft คือการดูดไขมันมาแล้วแยกเอาส่วนน้ำออกแล้วฉีดเข้าไปที่จมูกเพื่อจัดทรงให้ได้ตามต้องการ
2. Fat stem cell graft คือการดูดไขมันออกมาแล้วแยกเอาเฉพาะ Fat stem cell
3. Dermofat graft คือการเอาไขมันตัดพร้อมกับชั้นหนังแท้จากตำแหน่งอื่นมาปลูกถ่ายที่จมูก ผลที่ได้ คือ สามารถอยู่รอดได้มากที่สุด ยุบตัวน้อยที่สุด แต่การจัดรูปร่างอาจจะสู้แบบที่ 1และแบบที่ 2 ไม่ได้
Fat cell graft จะยุบตัวได้ถึง 50 % ดังนั้นจะต้องฉีดปริมาณมากกว่าที่คาดไว้ เกือบๆ 2 เท่า
- Hyaluronic acid : เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย แต่จะสกัดมาจากแหล่งอื่นๆเพื่อฉีดเพิ่มมิติของจมูก ข้อด้อยของ Hyaluronic acid คือ อยู่ได้ไม่เกิน 1ปี จะสลายตัวหมดไปไม่มีตกค้าง ผลแทรกซ้อนที่รุนแรงของการฉีด Filler คือ ฉีด Filler เข้าไปในเส้นเลือดข้างเคียงทำให้เกิดการอุดตัน เช่น อุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ทำให้ตาบอด หรือเข้าไปในเส้นเลือดสมอง ทำให้เซลล์สมองตาย (Cerebral Infarction) ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่เป็นข่าว ดังนั้นการฉีดFillerนั้น ท่านต้องรับทราบข้อดีข้อด้อยอย่างรอบด้าน และพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้
5. ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูก เป็นการแก้ไขความกว้างของปีกจมูกและเนื้อปีกจมูกที่มีมากจนเกินไป ปัญหาที่เจอคือ แผลเป็นค่อนข้างมาก ดังนั้น ทาง DRK Clinic จึงได้พัฒนาเทคนิคที่ซ่อนแผลเป็นได้มากที่สุด ฟื้นตัวไว และดูเป็นธรรมชาติ
6. ศัลยกรรมจมูกเพื่อลดสันจมูก (Nasal Hump) เป็นการผ่าตัดที่ต้องเปิดแผลกว้างบริเวณติ่งจมูก (Columella) เรียกว่า Open Rhinoplasty เพื่อเข้าไปตัดกระดูกจมูก , กระดูกอ่อน nasal septum, กระดูกอ่อน Ala อาจต้องทำร่วมกับการหักกระดูกข้างจมูก , การตกแต่งปลายจมูก รวมทั้งการตัดกล้ามเนื้อ Depressor septi nasi เพื่อหมุนปลายจมูกให้เชิดขึ้น
การเลือกแพทย์เพื่อทำศัลยกรรม ท่านควรดูข้อมูลของแพทย์ในทุกๆ ด้าน เช่น จากแพทย์สภา จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย จากเว็บไซต์ ของแพทย์ผู้ให้บริการ และจาก social media 2 อันนี้อย่าลืมว่าข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะข้อมูลสามารถปรุงแต่งขึ้นมาได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ท่านต้องไปพบแพทย์ที่ท่านถูกใจแล้วพูดคุยกัน ท่านจะได้ข้อสรุปว่า แพทย์เป็นเหมือนที่ท่านได้ข้อมูลมาหรือไม่ การตัดสินใจครั้งนี้ก็จะสมบูรณ์ที่สุด
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ตกแต่งทราบถ้าท่านเคยเสริมจมูกหรือฉีด Filler มาก่อน มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาหรืออาหารเสริมอะไรบ้างที่มีผลต่อการหยุดของเลือด ถ้าสูบบุหรี่ควรงดตั้งแต่ก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์ ไปจนถึงหลังผ่าตัด1เดือนเพราะ การสูบบุหรี่จะทำให้แผลหายไม่ดีและเป็นผังผืดเยอะมาก
การผ่าตัด
ศัลยแพทย์ตกแต่งจะสร้างแผลที่ขอบโพรงจมูก ( Rim Incision ) เพื่อสร้างช่องว่างในการสอดใส่ซิลิโคน เข้าไปใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะตรวจสอบตำแหน่งของซิลิโคนว่าอยู่ตรงกลางหรือไม่ ซึ่งระยะเวลาในการผ่าตัด คือ 30 นาที – 1 ชั่งโมง และ ระยะพักฟื้นหลังจากผ่าตัดเสร็จ คนไข้สามารถกลับบ้านได้ และกลับมาให้ทาง Clinic ตรวจดูภายใน 7 วัน การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนการผ่าตัดนั้น คนไข้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งยาชาเฉพาะที่ หรือ การวางยาสลบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์ตกแต่ง
ศัลยแพทย์ตกแต่งจะสร้างแผลที่ขอบโพรงจมูก ( Rim Incision ) เพื่อสร้างช่องว่างในการสอดใส่ซิลิโคน เข้าไปใต้เยื่อหุ้มกระดูก จากนั้นจะตรวจสอบตำแหน่งของซิลิโคนว่าอยู่ตรงกลางหรือไม่ ซึ่งระยะเวลาในการผ่าตัด คือ 30 นาที – 1 ชั่งโมง และ ระยะพักฟื้นหลังจากผ่าตัดเสร็จ คนไข้สามารถกลับบ้านได้ และกลับมาให้ทาง Clinic ตรวจดูภายใน 7 วัน การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนการผ่าตัดนั้น คนไข้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งยาชาเฉพาะที่ หรือ การวางยาสลบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศัลยแพทย์ตกแต่ง
การดูแลหลังผ่าตัด
คนไข้นอนหมอนสูง และประคบน้ำแข็งตลอดเวลาเพื่อลดอาการปวดและบวมประมาณ 2-3 วันแรก รับประทานยาที่จัดให้ตามเวลา ทำความสะอาดรูจมูกด้วย Cotton bud ชุบน้ำอุ่นๆบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกจากชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย หรือ การใส่แว่นตาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมาพบแพทย์ตัดไหมเรียบร้อยแล้ว ควรทำการนวดจมูกเป็นประจำต่อไปอีก 2-3 เดือน เพื่อให้จมูกเข้ารูปไวและเป็นพังผืดน้อยที่สุด
คนไข้นอนหมอนสูง และประคบน้ำแข็งตลอดเวลาเพื่อลดอาการปวดและบวมประมาณ 2-3 วันแรก รับประทานยาที่จัดให้ตามเวลา ทำความสะอาดรูจมูกด้วย Cotton bud ชุบน้ำอุ่นๆบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกจากชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย หรือ การใส่แว่นตาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมาพบแพทย์ตัดไหมเรียบร้อยแล้ว ควรทำการนวดจมูกเป็นประจำต่อไปอีก 2-3 เดือน เพื่อให้จมูกเข้ารูปไวและเป็นพังผืดน้อยที่สุด
นางสาวจีระนันท์ จันสุตะ 56010613204
ระบบปกติ
คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการแสดง
วิชาเอก ศิลปะการละคร